1. เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถอธิบายความหมายของรหัสแถบสีบนตัวต้านทานแต่ละสีและแต่ละตำแหน่งได้อย่างถูกต้องตามหลักสากล
2. เพื่อพัฒนาทักษะการคำนวณและแปลงรหัสแถบสีให้ออกมาเป็นค่าความต้านทาน (Resistance) และค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerance) ได้อย่างแม่นยำเพื่อเป็นเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องในการอ่านค่าความต้านทานด้วยตนเอง
3. เพื่อช่วยลดความผิดพลาดก่อนนำอุปกรณ์ไปต่อใช้งานในวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
4. เพื่อให้สามารถจำแนกขนาดและค่าของตัวต้านทานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือวัดไฟฟ้าทุกครั้ง
1. ตรวจสอบจำนวนแถบสีดูตัวต้านทานจริงว่ามีทั้งหมดกี่แถบ (แบบ 4 แถบ หรือ 5 แถบ) โดยเทียบกับแผนภาพในหัวข้อที่ (2) ขวากลาง เพื่อเลือกใช้หลักการอ่านที่ถูกต้อง
2. วางทิศทางตัวต้านทานให้ถูกต้องหันแถบสีที่อยู่ชิดกันถี่ๆ ไปทาง ซ้ายมือ (เริ่มต้นแถบที่ 1)หันแถบสีที่อยู่ห่างจากสีอื่น หรือแถบที่เป็นสีทอง/เงิน ไปทาง ขวามือสุด (แถบสุดท้าย)
3. อ่านและตั้งค่าตัวเลขหลักดูสีของแถบที่ 1 และ 2 (ถ้ามี 5 แถบ ให้ดูแถบที่ 3 เพิ่มด้วย) นำสีไปเทียบกับตารางในหัวข้อที่ (2) ฝั่งซ้าย เพื่อเปลี่ยนสีเป็นตัวเลข แล้วเขียนเรียงต่อกัน (เช่น น้ำตาล = 1, ดำ = 0 เรียงกันเป็น 10)
4. หาค่าตัวคูณเพื่อคำนวณดูสีของแถบถัดมาซึ่งเป็นแถบ \"ตัวคูณ\" (แถบที่ 3 ของแบบ 4 แถบ หรือ แถบที่ 4 ของแบบ 5 แถบ)นำสีมาเทียบค่าตัวคูณในตาราง แล้วนำไปคูณกับตัวเลขหลัก จากขั้นตอนที่ 3 (ศึกษาแนวทางคำนวณได้จากหัวข้อที่ (3) ตัวอย่างการอ่านค่า)
5. อ่านค่าความคลาดเคลื่อนดูสีของแถบสุดท้ายที่อยู่ขวามือสุดนำไปเทียบกับตารางในหัวข้อที่ (2) ช่องสีฟ้าฝั่งขวา เพื่อหาค่าเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อน (±%) สิ้นสุดขั้นตอนการอ่านค่า
1. ผู้เรียนสามารถอธิบายหน้าที่ของแถบสีในแต่ละตำแหน่งบนตัวต้านทาน ทั้งแบบ 4 แถบ และ 5 แถบ ได้อย่างถูกต้อง
2. ผู้เรียนสามารถระบุค่าตัวเลข ตัวคูณ และเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนของสีแต่ละสี (เช่น ดำ=0, แดง=2, ทอง=±5%) ได้ตามมาตรฐานสากล
3. ผู้เรียนเข้าใจหน่วยและโครงสร้างของหน่วยวัด
4. ผู้เรียนสามารถคำนวณและแปรผลค่าแถบสีออกมาเป็นตัวเลขสรุปได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
5. ผู้เรียนสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างโครงสร้างตัวต้านทานแบบ 4 แถบ และ 5 แถบ รวมถึงจัดทิศทางการอ่านได้อย่างถูกต้อง
5. ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบค่าอุปกรณ์ก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อป้องกันความเสียหายในวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ลงชื่อ...................................................ผู้รายงาน
(กนกวรรณ ยาบ้านแป้ง)
ตำแหน่ง ครู